emaginfo|บทความ| ITกับสังคมแห่งปัญญา (2)ตอนจบ

ITกับสังคมแห่งปัญญา (2)ตอนจบ

หลังจากที่ตอนที่แล้ว พันเอก ฤทธี อินทราวุธ ได้พูดถึงคน 6 พวก ที่อาจนำปัญหามาสู่สังคมและองค์กร ซึ่งต่อจากนี้ คือ ทางออกในการแก้ไขปัญหาจากคน 6 กลุ่มนี้

http://www.emaginfo.com/wp-content/uploads/2014/04/1.jpg

 

ทางออกที่ดีที่สุดของการใช้IT ในสังคมแห่งปัญญา

โครงสร้างของสังคม ประกอบด้วย คนในสังคมเป็นหลักใหญ่ และปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมก็มาจากคนนั่นเอง ดังนั้น การที่จะพัฒนาสังคม หรือ องค์กร ให้เจริญก้าวหน้า จึงต้องมุ่งไปที่การพัฒนากำลังคน ( Man Power ) เป็นหลัก โดยมองไปที่การพัฒนาคนเพื่อนำไปสู่ สังคมข้อมูลข่าวสาร , สังคมแห่งความรู้ และสังคมอุดมปัญญา ซึ่งจะต้องอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาเป็นเครื่องมือหลักในการส่งเสริม ผลักดัน และขับเคลื่อนอย่างชาญฉลาด

หากปล่อยปละละเลยให้คนในสังคมใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างขาดความตระหนัก ขาดความสำนึก และขาดภูมิคุ้มกัน ก็อาจจะส่งผลกระทบไปในทางลบ และเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา

องค์กรที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะองค์กรด้านความมั่นคงของประเทศ ปัญหาทางสังคมที่สำคัญๆ และปัญหาคนในองค์กรทั้ง 6 จำพวกใหญ่ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนส่งผลกระทบต่อปัญหาความมั่นคงของประเทศ รวมถึงปัญหาขององค์กร ดังนั้น การพัฒนาสังคมไปสู่สังคมข้อมูลข่าวสาร , สังคมแห่งความรู้ และสังคมอุดมปัญญา อาจจะไม่เพียงพอต่อภูมิคุ้มกันภัยทางสังคมในยุคปัจจุบัน

การพัฒนาองค์กรไปสู่สังคมแห่งปัญญา จึงเป็นทางออกทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาทางสังคมในยุคปัจจุบัน โดยเริ่มที่ปัญหาคนในองค์กรทั้ง 6 ประเภทใหญ่ๆ ซึ่งจะต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาคนในองค์กร เพื่อพัฒนาไปสู่สังคมแห่งปัญญา ที่มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาคนไปสู่การเรียนรู้ด้วย “ ปัญญา ” ซึ่งหมายถึง ความรอบคอบ, ความรอบรู้, ฉลาด, ไตร่ตรอง, รู้ , รู้จัก ( โลก ) , สุขุม เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ปัญญาในการรู้จักตัวตน และสภาพความเป็นจริง มีการถ่ายทอดความรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทุกภาคส่วนในสังคม ทำให้เกิดพลังสร้างสรรค์ และใช้ความรู้เป็นเครื่องมือในการเลือก การตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหา และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ดังนี้
http://www.emaginfo.com/wp-content/uploads/2014/04/bisnes-v-Antalii.jpghttp://www.emaginfo.com/wp-content/uploads/2014/04/bisnes-v-Antalii.jpg
image source
1. พวกธุระไม่ใช่ พวกนี้เป็นถือเป็นกลไกสำคัญแต่ไม่ค่อยจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนสังคมและองค์กรให้พัฒนาและเจริญก้าวหน้า เพราะจะคอยหาจังหวะโอกาสในการวางเฉย หรือหลีกเลี่ยงเรื่องที่ไม่ใช้เรื่องของตนเอง หรืออาจจะรวมถึงเรื่องของตนเองบางเรื่อง

ผู้บริหารและองค์กรควรจะมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เป็นเครื่องมือเสริมสร้างจิตสำนึก การสร้างความตระหนักในหน้าที่และการมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กร รวมถึงการใช้มาตรการเสริมสร้าง และส่งเสริมแรงจูงใจ เพื่อให้คนพวกนี้หันมาใส่ใจ และมีความกระตือรือร้นในการทำงาน โดยการเผยแพร่ข่อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์กิจกรรม และการประกาศเกียรติคุณยกย่องชมเชยความดีงาม ทั้งงานในหน้าที่และการทำความดีต่างๆ เพื่อพัฒนาไปสู่สังคมแห่งปัญญา

 

2. พวกทำงานเอาหน้า พวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนทำงานหยิบโยง คอยฉวยโอกาส เป็นคนส่วนน้อยของสังคมและองค์กร แต่มักจะมีบทบาทสำคัญต่อผู้บริหาร ชอบออกรับหน้ารับงานจากผู้บริหารโดยตรง เพื่อจะได้สร้างโอกาสแสดงผลงานแทนผู้ที่มีหน้าที่โดยตรง

ดังนั้น การกำหนดภารกิจ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการทำงาน รวมถึงการพิจารณาคัดเลือกบรรจุคนให้เหมาะสมกับงาน ( Put the Right Man to the Right Job ) จะต้องมีความชัดเจน โปร่งใส ไม่มั่วนิ่ม โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศ มาเป็นเครื่องมือในการพิจารณาคัดสรรคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ และผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ เพื่อการพิจารณาบรรจุคน การเลื่อนชั้นให้เหมาะสม การเลือกใช้คนให้ตรงกับงาน และไม่ให้คนที่ไม่มีหน้าที่ หรือได้รับการมอบหมายงานมาแย่งงานทำ โดยเฉพาะงานสำคัญๆ ที่อยู่ในความสนใจของผู้บริหาร

เมื่อกระบวนการทำงานถูกกำหนดอย่างเป็นระบบ ระเบียบ และมีแบบแผนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ประสบการณ์ และองค์ความรู้ที่เกิดจากกระบวนการทำงานก็จะถูกสะสม พัฒนา ปรับปรุง ถ่ายทอด และเผยแพร่จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง เพื่อนำไปปฏิบัติงานในหน้าที่ และการแก้ไขปัญหาด้วยสติปัญญา

 

3. พวกรู้แล้วไม่ทำ พวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนเก่ง ฉลาด หลักแหลม และเป็นประเภท “ นกรู้ ”รู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อะไรเสี่ยง อะไรไม่เสี่ยง ทำแล้วได้อะไร? คนพวกนี้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาสังคมและองค์กร เพราะเป็นคนเก่ง และฉลาด ( อาจจะมีแกมโกงบ้าง ) จึงต้องเสริมสร้างแรงจูงใจ ให้คนเหล่านี้กลายเป็น “ พวกรู้แล้วทำ ” หรือ ให้ช่วยเอาความรู้ที่ตนมีอยู่นำไปถ่ายทอดให้คนอื่นรู้ตาม หรือนำไปทำตาม โดยที่ตนเองก็จะได้เครดิตจากการผลงานที่เกิดขึ้นทั้งที่จากตนเองทำ และผลงานที่ผู้อื่นเอาไปทำ

การแก้ปัญหา คือใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาเป็นเครื่องมือ บันทึก จัดเก็บ เผยแพร่ความรู้ และผลงานต่างๆ จากหนึ่ง เป็นสิบ เป็นร้อย เป็นพัน จนหลากหลายทั้งองค์กรและสังคม เพื่อให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศ เกิดการเรียนรู้ความผิดพลาด ประสบการณ์ และแนวทางความสำเร็จ ก็จะพัฒนาไปสู่สังคมแห่งปัญญา

 

4. พวกไม่รู้ไม่ชี้ พวกนี้เป็นถือเป็นตัวถ่วงความเจริญของสังคมและองค์กร เพราะนอกจากจะไม่ค่อยได้ผลผลิตจากคนพวกนี้แล้ว ยังจะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี หรือเป็นตัวชักจูงให้พวกอื่นๆ ทำตาม ทั้งนี้มาจากสาเหตุ คือ บรรจุคนไม่ตรงกับคุณสมบัติงาน หมายถึง เอาคนไม่มีความรู้มาทำงาน และเอาคนอวดรู้มาทำงาน เลยไม่รู้อะไรจริงๆ สักอย่าง และก็ไม่กล้าทำอะไร กลัวความผิดพลาด บางรายตนเองไม่ทำอะไรยังไม่พอ กลับทำตัวเป็น “ หมาหางด้วน ”

การพัฒนาคนพวกนี้ ค่อนข้างจะใช้ความพยายามอย่างมาก โดยเริ่มที่การใช้ปัญญาในการรู้จักตัวตน และสภาพความเป็นจริง และต้องทำให้คนเหล่านั้นเกิดการยอมรับความเป็นจริง ว่าถ้ายังขืนเป็นตุ้มถ่วงเรือ หรือความเจริญของสังคมและองค์กร ก็มี 2 แนวทาง คือ จะโยนตุ้มถ่วงออกไป หรือจะพัฒนา ปรับปรุง ไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น

ซึ่งการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ มาเป็นเครื่องมือช่วยในการคัดกรอง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการทำงาน การพัฒนาความรู้ใหม่ๆ ให้ตรงและเหมาะสมกับงานในหน้าที่ การปรับเปลี่ยนหน้าที่การงาน รวมถึงการติดตามประเมินผลงาน จะเป็นแนวทางในการพัฒนาคนไปสู่สังคมแห่งปัญญา แทนการปล่อยให้คนเหล่านี้มาสร้างปัญหาในสังคมและองค์กร

 

5. พวกรู้แล้วไม่ชี้ พวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนเก่ง ฉลาด เช่นเดียวกับ พวกที่ 3 แต่แย่กว่า คือ ไม่ทำและไม่ชี้ อาจเป็นเพราะมีผู้บริหารขั้นเทพ หรือผู้บริหารไม่ปลื้มคนเก่ง หรือเป็นพวกชอบแสดงกึ๋นนอกเวที พอให้ชี้ ไม่กล้าชี้ พอไม่ให้ชี้ อยากจะชี้

ทั้งนี้มาจากพฤติกรรมของคนระดับสูงในสังคมและองค์กร เพราะฉะนั้นการเปิดช่องทางเพื่อการลดช่องว่างในการแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ แบบไม่ต้องเผชิญหน้ากัน จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขพฤติกรรมดังกล่าว การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงเครือข่ายองค์ความรู้ ประสบการณ์ ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ระหว่างผู้บริหาร และฝ่ายอำนวยการ ในการบูรณาการความคิดเห็นให้เกิดประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ และการพัฒนาไปสู่สังคมแห่งปัญญา

 

6. พวกไม่รู้ดันชี้ นับเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมและองค์กรที่ประสบปัญหา ผู้บริหาร หรือ ฝ่ายอำนวยการ ที่ไม่ค่อยจะมีความรู้ ความสามารถ หรืออาจจะเก่ง หรือรู้ในบางเรื่อง แต่ชอบวางฟอร์มเป็นพหูสูต คือ รู้ดีไปหมด และมักจะชอบชี้ ชอบตัดสินใจด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง ทำให้เกิดข้อผิดพลาด ความล้มเหลว และปัญหาต่างๆ ติดตามมาภายหลัง โดยส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยจะกล้ารับผิดชอบอะไร จึงมักจะมีกรณีแพะถูกบูชายันต์แทน หรือทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แกล้งทำเป็นลืมๆ กันไปกับความผิดพลาดล้มเหลว

การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในการบริหารจัดการองค์ความรู้ต่างๆ จากส่วนงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ จะเป็นช่องทางให้ผู้บริหาร หรือ ฝ่ายอำนวยการได้มีเวลาในการศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริง และทำการบ้านก่อนการพิจารณาตัดสินใจ หรือการนำเอาข้อมูลสารสนเทศ อาทิเช่น ข้อมูลคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถประสบการณ์ และผลงานของบุคคล เพื่อพิจารณาเลือกชี้ใช้งานให้คนตรงกับงานอย่างเหมาะสม โดยใช้สติปัญญา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสังคมแห่งปัญญา
http://www.emaginfo.com/wp-content/uploads/2014/04/75.jpg

สรุปแล้วการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาไปสู่สังคมแห่งปัญญา จะต้องมุ่งพัฒนาที่คนเป็นหลัก โดยการทำให้คนในสังคมและองค์กรมีจิตสำนึก มีความตระหนัก มีส่วนร่วมในความรับผิดชอบของสังคมและองค์กร การยกย่องชมเชย การส่งเสริมความเจริญก้าวหน้า เพื่อสร้างความท้าทาย และแรงจูงใจ โดยการพิจารณาคัดเลือกบรรจุ ปรับเปลี่ยน เลื่อนชั้น เพื่อให้คนเหมาะสมกับงาน อย่างเป็นธรรม ตามระบบธรรมาภิบาล หรือระบบคุณธรรม แทนระบบอุปถัมภ์ หรือ ระบบเล่นพรรคเล่นพวก

การพัฒนาสังคมและองค์กร โดยการจัดการความรู้เพื่อถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่งให้เกิดปัญญา การสร้างช่องทางเข้าถึงความรู้เพื่อพัฒนาคนให้มีความรู้มีปัญญาโดยสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย การเชื่อมโยงเครือข่ายความรู้เพื่อการกระจายความรู้ การลดช่องว่างระหว่างตำแหน่งหน้าที่การงาน ฐานะ ศักดิ์ศรี และทิฐิของคนในสังคมและองค์กร

 

การพัฒนาทั้งสองส่วนหลักทั้งคนและสังคมหรือองค์กรก็จะเป็นแนวทางการพัฒนาไปสู่สังคมแห่งปัญญา
http://www.emaginfo.com/wp-content/uploads/2014/04/it1.jpg

Sponsored by


IHC Internation Hair Loss Center คลินิกปลูกผม รักษาผมร่วง ด้วยเทคโนโลยีใหม่ โดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม

ที่ IHC มีบริการรักษาปัญหาเส้นผมด้วยเทคโนโลยี 2 เทคโนโลยี คือ เทคโนโลยี Dermal Lens และ เทคโนโลยี Laser Hair Therapy โดยในเบื้องต้นของการรักษาผู้ที่มีปัญหา ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน ทางIHC จะมีผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์สภาพปัญหาเส้นผมของผู้ที่เข้ารับบริการ เพื่อจะดูว่าควรรักษาด้วยวิธีใดที่จะตรงกับสภาพปัญหามากที่สุด

ข้อมูลเพิ่มเติม ดูได้จาก http://www.ihc-hairloss.com/
Facebook : https://www.facebook.com/IHCHairloss
Tel (TH): 086-367-0920,086-367-0940
Tel (EN): 090-907-0552




ลิขสิทธิ์บทความของ emaginfo.com
ติดตามบทความ การเมืองและการทหารหรืออ่าน แมกกาซีน

(ติดต่อขอใช้บทความที่ฝ่ายการตลาด โทร 02-721-6411,086-367-0920)


กรุณาใช้โค้ดข้างล่างเพื่อลิ้งก์มาหน้านี้:


ลิ้งก์สำหรับเว็บบอร์ดแบบ phpbb:

Facebook comments:

      แมกกาซีน | Featured Magazine

health-fitness

สุขภาพการออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหาร คือสิ่งที่มนุษย์เราอาจมองข้ามไป โดยปล่อยตัว ไม่สนว่ากินอะไรเป็นผลดีผลเสียอย่างไร ใช้เวลาช๊อปปิ้งมากกว่าการออกกำลังกาย ซึ่งทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอ และทรุดโทรมก่อนวัย ในหมวดนี้จะมีหนังสือ ที่แนะนำการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายที่ดี เพื่อสุขภาพของคุณเอง แค่เปิดอ่าน สุขภาพคุณก็จะดีขึ้นยาวนาน

View All...

architecture-design

หากพูดถึง “บ้าน” หลายคนคงรู้ว่ามันคือ อีกหนึ่งปัจจัยของมนุษย์เราไปแล้ว ที่ทุกคนก็ใฝ่ฝันอยากมี และ ใฝ่ฝันที่จะตกแต่งบ้านด้วยตัวเอง ถือเป็นความสุขเล็กๆ ที่ได้อยู่บ้าน ได้ซื้อของมาตกแต่งบ้าน แต่หลายๆคนอาจจะคิดไม่ออกว่าจะตกแต่งบ้านยังไง ยังขาดไอเดียในการตกแต่งบ้าน ในนี้จะมีหนังสือหลายเล่ม ที่จะช่วยกระตุ้นต่อมไอเดียครับ

View All...

online-marketing-feature-magazine

โลกยุคนี้มีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วมาก จนบางคนแทบตามไม่ทัน การแข่งขันค่อนข้างสูง มีแต่คนค้นหา กลยุทธ์เพื่อที่จะได้เป็นหนึ่งในยุทธภพนี้ ในปัจจุบัน ซึ่งหากใครที่มีึวามรู้ทางด้านอินเตอร์เน็ตถือว่าได้เปรียบสุดๆ เพราะการทำการตลาดออนไลน์ บนโลกอินเตอรืเน็ตนั้น ถือว่าลงทุนน้อย แต่ผลที่ได้กลับมหาศาล ในหมวดนี้จะมีหนังสือที่คอยแนะนำสอนคุณให้เก่งกว่าใคร

View All...

politic-feature

ประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน ไม่ได้เป็นคนใครคนใดคนหนึ่ง หากมีปัญหา เราก็ต้องช่วยกันแก้ ไม่ใช่ว่าหวังเพียงแต่ผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก โดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา คนไทย ถ้าไม่รักประเทศไทย แล้วจะให้ไปรักประเทศใด หากทุกฝ่ายที่ออกมาโจมตีกัน หันมาจับมือร่วมกันแก้ไข บ้านเมืองจะได้เดินหน้าต่อไป ในหมวดนี้ต้องการให้คนไทยรักกัน ลองเข้าไปศึกษาดูหนังสือเหล่านี้นะครับ

View All...

travel-lifestyle

จับเสื้อผ้ายัดใส่เป้แบกขึ้นหลังสะพายตะลุยมันทุกที่ ที่อยากจะไปเอาให้สุดเหวี่ยง เคยได้ยินคำว่า "ชีวิตนี้ต้องใช้ให้คุ้ม" กันบ้างมั้ย ชีวิตนี้เกิดมา อย่าว่าแต่ไปเที่ยวเมืองนอกเลย เที่ยวเมืองไทย หลายๆคนยังไปไม่หมดทุกที่เลย บางสถานที่ สวยอย่างที่คาดไม่ถึงว่า โอ้ว นี่หรือเมืองไทย ลองพิสูจน์ไปกับเรา ในหมวดนี้มีหนังสือพาเราตะลุยท่องเที่ยวไปชมสถานที่สวยๆเจ๋งๆหลายที่ ตามเรามาเลยครับ

View All...