emaginfo|บทความ| ITกับสังคมแห่งปัญญา ตอนที่1


ITกับสังคมแห่งปัญญา ตอนที่1

วันนี้เราได้รับเกียรติจาก พันเอก ฤทธี อินทราวุธ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีทางทหาร ท่านผู้ที่คอยให้ความรู้เทคโนโลยีทางทหารกับเรามาโดยตลอด ซึ่งท่านจะมาพูดถึงเรื่องราวของเทคโนโลยีสารสนเทศที่เข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันมาก และดูเหมือนว่าถ้าปราศจากซึ่งวิจารณญาณก็จะรังแต่ปัญหา
http://www.emaginfo.com/wp-content/uploads/2014/04/IT-Outsource-Service-1.jpg
image source

สังคมไทยในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารปัจจุบัน นับวันจะทวีปัญหาทางสังคมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความแตกแยกทางสังคม ( การแบ่งแยกฝ่ายเขา-ฝ่ายเรา , เสื้อแดง-เสื้อเหลือง ) ปัญหาความขัดแย้งทางความคิด ( การเห็นต่างทางความคิด ฝ่ายโน้นผิด-ฝ่ายนี้ถูก และการไม่ยอมรับฟังด้วยสติปัญญา และเหตุผล ) ปัญหาค่านิยม ( ค่านิยมทางวัตถุเหนือกว่าคุณธรรม ซึ่งเกิดจากขาดการปลูกฝังจิตสำนึก และความหลงใหลมัวเมาในความฟุ้งเฟ้อทางสังคม
http://lh5.googleusercontent.com/-oaIUH-ea7fU/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAAGx4/Vg6gvqN-u9s/s512-c/photo.jpg
พันเอกฤทธี อธิบายให้ฟังว่า ปัญหาทัศนคติและความเชื่อ ( อันเกิดจากการบริโภคข้อมูลข่าวสารอย่างขาดสติ รักเพราะชอบ เกลียดเพราะชัง ) ปัญหาความคับแคบทางจิตใจ ( มีความเห็นแก่ตัว ขาดคุณธรรมและความสงสารเอื้ออาทร ) และปัญหาพฤติกรรมเลียนแบบ ( ชื่นชมการชี้นำ หรือการแสดงออก ที่ได้รับการยอมรับของคนในสังคมกลุ่มหนึ่งไม่ว่าจะเป็นในทางชอบหรือมิชอบ ) เป็นต้น

ปัญหาทางสังคมเหล่านี้ นักจิตวิทยา และนักสังคมศาสตร์ ต่างมองว่าเป็นผลกระทบมาจากความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งทำให้สังคมต่างๆบนโลกไปจนถึงระดับชุมชนหรือท้องถิ่น สามารถเชื่อมโยงกันจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ไร้ขอบเขต ไร้พรมแดน ทำให้สังคมโลกใกล้ชิดแคบลง และประกฎการณ์ต่างๆ ในสังคมสามารถแพร่กระจาย ถ่ายทอด เลียนแบบ และหลั่งไหลไปมาหากันได้อย่างรวดเร็ว ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จนหลายท่านเป็นกังวลว่า การเปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มันทำให้สังคมดีขึ้นหรือว่าแย่ลง

สิ่งที่ประเทศกำลังพัฒนาให้ความสนใจ
http://www.emaginfo.com/wp-content/uploads/2014/04/5757-shutterstock_111266105.jpg
image source
หลายประเทศโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา ต่างหันมาให้ความสนใจกับ คำว่า สังคมข้อมูลข่าวสาร , สังคมแห่งความรู้ , สังคมอุดมปัญญา และสังคมแห่งปัญญา เพราะต่างเชื่อกันว่าจะช่วยให้ สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

สังคมข้อมูลข่าวสาร ( INFORMATION  SOCIETY )หมายถึง สังคมที่มีการนำข้อมูลสารสนเทศในรูปแบบต่างๆ มาช่วยดำเนินกิจกรรมทั้งเพื่อประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม ปัจจัยที่นำไปสู่ “ สังคมแห่งข้อมูลข่าวสาร ” คือ  ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น มีการพัฒนาอย่ารวดเร็ว ทำให้เกิดนวัตกรรมต่างๆ มากมายในทุกด้าน  และอุปกรณ์เครื่องมือที่เอื้อประโยชน์ต่อการเกิดสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารมากที่สุด คือ คอมพิวเตอร์  และอินเตอร์เน็ต

สังคมแห่งความรู้ ( KNOWLEDGE SOCIETY )หมายถึง กระบวนการทางสังคมที่เกื้อหนุนส่งเสริมให้บุคคล หรือสมาชิกในชุมชน /สังคมเกิดการเรียนรู้โดยผ่านสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ แหล่งการเรียนรู้ องค์ความรู้ต่างๆ จนสามารถสร้างความรู้ สร้างทักษะ มีระบบการจัดการความรู้ และระบบการเรียนรู้ที่ดี มีการถ่ายทอดความรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทุกภาคส่วนในสังคม ทำให้เกิดพลังสร้างสรรค์ และใช้ความรู้เป็นเครื่องมือในการเลือก และตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาอย่างเหมาะสมทั้ง ด้านเศรษฐกิจสังคม และการเมือง

สังคมอุดมปัญญา ( KNOWLEDGE-BASED SOCIETY / SMART SOCIETY ) หมายถึง สังคมที่มีการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างชาญฉลาด โดยใช้แนวปฏิบัติของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประชาชนทุกระดับมีความเฉลียวฉลาด ( SMART ) และรอบรู้สารสนเทศ ( INFORMATION LITERACY ) สามารถเข้าถึง และใช้สารสนเทศอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม มีวิจารณญาณและรู้เท่าทัน ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนและสังคม มีการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่มีธรรมาภิบาล ( SMART GOVERNANCE ) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสู่เศรษฐกิจและสังคมฐานความรู้ และนวัตกรรมอย่างยั่งยืนและมั่นคง

ส่วนคำว่า สังคมแห่งปัญญา ( WISDOM  SOCIETY )  ยังไม่มีความหมายชัดเจน แต่ได้มีการกล่าวถึงกันอย่างกว้างขวางในวงการนักสังคมศาสตร์สมัยใหม่ โดยนัยยะของคำว่า สังคมแห่งปัญญา จะมุ่งเน้นไปที่ สภาพของสังคมที่มีการพัฒนาไปสู่การเรียนรู้ด้วยปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ปัญญาในการรู้จักตัวตน และสภาพความเป็นจริง ตามหลัก อริยสัจ 4 คือ ทุกข์ ( การมีอยู่ของทุกข์ หรือปัญหา )  สมุทัย ( เหตุแห่งทุกข์หรือปัญหา )  นิโรธ ( การดับทุกข์หรือปัญหา ) และมรรค ( หนทางการไปสู่การดับทุกข์หรือปัญหา )

http://www.emaginfo.com/wp-content/uploads/2014/04/Global-IT.png
image source

เทคโนโลยี ให้ประโยชน์หรือก่อปัญหา 

สังคม หรือ องค์กรยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารนั้น ในขณะที่ความเจริญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกำลังก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง แทนที่เราจะได้ประโยชน์ในการนำมาช่วยแก้ปัญหา กลับดูเหมือนจะยิ่งก่อให้เกิดปัญหาพอกพูนมากขึ้น ทำไมจึงเป็นเช่นนี้? เรากำลังหลงทางอยู่หรือเปล่า? เราฉลาดขึ้นหรือโง่ลงกว่าเดิม มนุษย์ส่วนใหญ่แยกแยะได้ว่าอะไรดี? อะไรไม่ดี ? อะไรควรทำ? อะไรไม่ควรทำ? แต่ทำไมเรามนุษย์ส่วนหนึ่ง จึงยังกำลังทำสิ่งที่ไม่ควรทำ และยังละเลยสิ่งที่ควรทำอยู่ ทั้งๆ ที่รู้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ บางคนไม่รู้ แต่กลับอวดทำเป็นรู้ คำตอบก็คือ “ เพราะเรารู้ไม่จริงนั่นเอง ”

http://www.emaginfo.com/wp-content/uploads/2014/04/masters-in-it.jpg
image source
ความเป็นจริงของสังคม

สังคม หรือ องค์กรส่วนใหญ่ ที่มักจะประสบกับปัญหาอุปสรรคในการพัฒนา และไม่ค่อยจะมีความเจริญ รุ่งเรือง ก้าวหน้า พัฒนาสถาพร มักจะเกิดจากปัญหาของคนในสังคมหรือองค์กร 6 พวกใหญ่ๆ คือ

1. พวกธุระไม่ใช่ พวกนี้มักจะเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคม หรือองค์กรที่มีปัญหา คำว่า ธุระไม่ใช่ คือ วางเฉยทุกเรื่องที่ไม่ใช้เรื่องของตนเอง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง / ไม่ได้รับประโยชน์ / ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย / ไม่เดือดร้อน / ไม่ยอมเสียเวลา / ไม่หาเรื่องใส่ตัว ฯลฯ จึงเจตนาทำมึนตีลูกมั่วตีกินไปว่าไม่ใช่เรื่องของตนเอง เพราะไม่อยากลำบาก เดือนร้อน เสียเวลา สู้อยู่เฉยๆ สบายๆ ดีกว่า ในวงการทหารมักเรียกกันว่า “เสธ.อู้ ” ปัญหาจากกลุ่ม ธุระไม่ใช่จะเกิดจากการเกี่ยงกันไป เกี่ยงกันมา หาข้อสรุปอะไรไม่ได้ สุดท้ายไม่มีใครทำงาน จนเกิดปัญหาความผิดพลาดขึ้น

2. พวกทำงานเอาหน้า คือพวกที่ชอบยุ่ง ชอบทำทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องที่ตนเองควรจะต้องทำ หรือที่มักเรียกจนติดปากกันว่า “ เก่งทุกเรื่อง ยกเว้นงานในหน้าที่ ” ในวงการทหารเรียกกันว่า “ เสธ. แซงค์ ” กรณีแบบนี้จะทำให้คนที่มีหน้าที่โดยตรงไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องปล่อยเลยตามเลย พอมีปัญหาขึ้นมา ต่างคนต่างโยนกลองเป็นพัลวัน กลุ่มคนพวกนี้มักจะเป็นที่ถูกใจและชื่นชอบของผู้บริหารบางคน เพราะมักมีโอกาสเจริญก้าวหน้า แต่มักจะเกิดผลเสียหายต่อสังคมและองค์กรเป็นส่วนรวม เพราะทำงานไม่มีระบบ

3. พวกรู้แล้วไม่ทำ หมายถึงพวกที่เรื่องอะไรๆ ก็รู้ดีไปหมดทุกเรื่อง ทั้งเรื่องทฤษฎี เรื่องปฏิบัติ แต่ไม่ชอบทำเอง มักจะพบเห็นบ่อยๆ ในที่ประชุม เสวนา หรือการสัมมนา โดยจะแสดงภูมิความรู้ต่างๆ แม้กระทั่งเวลาซักถามข้อสงสัย ที่เรียกกันว่า “ ถามแบบแสดงภูมิปัญญา ” มักจะคอยเสนอความคิดบรรเจิดเลิศหรู และโยนงานไปให้คนอื่นทำแทน แล้วเอาผลงานมาเป็นของตนผู้ซึ่งเสนอไอเดียดังกล่าว วงการทหารให้ฉายาว่า “ เสธ. นาโต้ ” ( NATO ) หมายถึง No Action Talk Only

4. พวกไม่รู้ไม่ชี้ คือพวกที่ไม่ค่อยจะมีกึ๋น ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร และก็ไม่กล้าจะทำอะไร กลัวความผิดพลาด แต่พอใครเสนอ หรือทำอะไรไปแล้วเกิดความผิดพลาด ก็จะมักแสดงความเฉียบออกมาทันที “ นึกแล้ว มันต้องอย่างงั้นต้องอย่างงี้ ” ทำนองว่า “ ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ ” ไม่สนใจโลก ใครจะทำอะไรก็ทำไป แต่อย่ามายุ่งกับตน วงการทหารเรียกว่า “ เสธ.มึน ” คือ ชอบทำมึนไม่รู้เรื่อง เลยทำให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรแบบ “ เช้าชาม เย็นชาม ” หรือ“ เกียร์ว่าง ” อะไรๆ ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปหมด พลอยทำให้พวกที่รู้ ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ตามไปด้วย ไม่เช่นนั้นจะตกอยู่ในสถานการณ์ “ งานเข้า ”

5. พวกรู้แล้วไม่ชี้ หมายถึง พวกเก่ง ฉลาด รอบรู้ รู้ดีไปหมดทุกเรื่อง แต่ไม่ชอบหรือไม่กล้าจะเสนอแนะผู้บริหาร สู้ทำเฉยๆ ดีกว่า “ พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง ” เพราะผู้บริหารส่วนใหญ่มักจะมีธงอยู่ในใจแล้ว ขืนทำเป็นอวดเก่ง อวดกึ๋น เสนอแนะไป เดี๋ยวผู้บริหารจะหมั่นไส้หรือไม่ชอบใจตน ทำนอง “ หมูไม่ต้องตาเจ็ก ” ต่อให้เนื้อหมูดีอย่างไร พ่อค้าเขียงหมูก็ไม่เอามาสับ หรือกรณีที่ผู้บริหารใจกว้าง เปิดโอกาสให้เสนอแนะความคิดเห็น แต่ก็เงียบไม่กล้าเสนอในวงประชุม พอลับหลังหรือเลิกประชุมทีไร “ เทพจุติ ” ทันที มันต้องอย่างงั้น มันต้องอย่างงี้ ตอนเวลาให้ชี้ไม่ชี้ สุดท้ายก็ เจ๊ง วงการทหารเรียกกันว่า “ เสธ.หลังไมค์ ”

6. พวกไม่รู้ดันชี้ หมายถึง พวกที่ไม่ค่อยจะมีกึ๋น ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้บริหาร หรือ ฝ่ายอำนวยการ ที่ชอบแสดงบท “ เทพ ” เพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม มักจะชอบชี้ ชอบตัดสินใจด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง มีความเชื่อมั่นสูง ใครเสนอแนะ หรือท้วงติงทักท้วงอะไรไม่ค่อยจะฟังใครที่ไม่ค่อยคุ้นเคย ทำเป็นรู้ดีไปหมด คนพวกนี้มักจะกลัวหรือไม่ชอบใช้งานคนเก่ง มักชอบจะฟังความแต่คนสนิทรอบข้าง ทำให้ขาดองค์ความรู้ ข้อเท็จจริง การวิเคราะห์ ไตร่ตรอง ข้อมูลที่จะมาสนับสนุนในการตัดสินใจ ชี้นำไปในทางที่ถูกต้องและเหมาะสม จนทำให้เกิดข้อผิดพลาด ความล้มเหลว และปัญหาต่างๆ ติดตามมาภายหลัง

แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นจากคน 6 กลุ่มนี้ จะต้องดำเนินการแก้อย่างไร ในตอนหน้าพันเอกฤทธี อินทราวุธ จะมาเฉลย… โปรดติดตาม

http://www.emaginfo.com/wp-content/uploads/2014/04/it.jpg
image source

Sponsored by


IHC Internation Hair Loss Center คลินิกปลูกผม รักษาผมร่วง ด้วยเทคโนโลยีใหม่ โดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม

ที่ IHC มีบริการรักษาปัญหาเส้นผมด้วยเทคโนโลยี 2 เทคโนโลยี คือ เทคโนโลยี Dermal Lens และ เทคโนโลยี Laser Hair Therapy โดยในเบื้องต้นของการรักษาผู้ที่มีปัญหา ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน ทางIHC จะมีผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์สภาพปัญหาเส้นผมของผู้ที่เข้ารับบริการ เพื่อจะดูว่าควรรักษาด้วยวิธีใดที่จะตรงกับสภาพปัญหามากที่สุด

ข้อมูลเพิ่มเติม ดูได้จาก http://www.ihc-hairloss.com/
Facebook : https://www.facebook.com/IHCHairloss
Tel (TH): 086-367-0920,086-367-0940
Tel (EN): 090-907-0552




ลิขสิทธิ์บทความของ emaginfo.com
ติดตามบทความ การเมืองและการทหารหรืออ่าน แมกกาซีน

(ติดต่อขอใช้บทความที่ฝ่ายการตลาด โทร 02-721-6411,086-367-0920)


กรุณาใช้โค้ดข้างล่างเพื่อลิ้งก์มาหน้านี้:


ลิ้งก์สำหรับเว็บบอร์ดแบบ phpbb:

Facebook comments:

      แมกกาซีน | Featured Magazine

health-fitness

สุขภาพการออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหาร คือสิ่งที่มนุษย์เราอาจมองข้ามไป โดยปล่อยตัว ไม่สนว่ากินอะไรเป็นผลดีผลเสียอย่างไร ใช้เวลาช๊อปปิ้งมากกว่าการออกกำลังกาย ซึ่งทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอ และทรุดโทรมก่อนวัย ในหมวดนี้จะมีหนังสือ ที่แนะนำการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายที่ดี เพื่อสุขภาพของคุณเอง แค่เปิดอ่าน สุขภาพคุณก็จะดีขึ้นยาวนาน

View All...

architecture-design

หากพูดถึง “บ้าน” หลายคนคงรู้ว่ามันคือ อีกหนึ่งปัจจัยของมนุษย์เราไปแล้ว ที่ทุกคนก็ใฝ่ฝันอยากมี และ ใฝ่ฝันที่จะตกแต่งบ้านด้วยตัวเอง ถือเป็นความสุขเล็กๆ ที่ได้อยู่บ้าน ได้ซื้อของมาตกแต่งบ้าน แต่หลายๆคนอาจจะคิดไม่ออกว่าจะตกแต่งบ้านยังไง ยังขาดไอเดียในการตกแต่งบ้าน ในนี้จะมีหนังสือหลายเล่ม ที่จะช่วยกระตุ้นต่อมไอเดียครับ

View All...

online-marketing-feature-magazine

โลกยุคนี้มีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วมาก จนบางคนแทบตามไม่ทัน การแข่งขันค่อนข้างสูง มีแต่คนค้นหา กลยุทธ์เพื่อที่จะได้เป็นหนึ่งในยุทธภพนี้ ในปัจจุบัน ซึ่งหากใครที่มีึวามรู้ทางด้านอินเตอร์เน็ตถือว่าได้เปรียบสุดๆ เพราะการทำการตลาดออนไลน์ บนโลกอินเตอรืเน็ตนั้น ถือว่าลงทุนน้อย แต่ผลที่ได้กลับมหาศาล ในหมวดนี้จะมีหนังสือที่คอยแนะนำสอนคุณให้เก่งกว่าใคร

View All...

politic-feature

ประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน ไม่ได้เป็นคนใครคนใดคนหนึ่ง หากมีปัญหา เราก็ต้องช่วยกันแก้ ไม่ใช่ว่าหวังเพียงแต่ผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก โดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา คนไทย ถ้าไม่รักประเทศไทย แล้วจะให้ไปรักประเทศใด หากทุกฝ่ายที่ออกมาโจมตีกัน หันมาจับมือร่วมกันแก้ไข บ้านเมืองจะได้เดินหน้าต่อไป ในหมวดนี้ต้องการให้คนไทยรักกัน ลองเข้าไปศึกษาดูหนังสือเหล่านี้นะครับ

View All...

travel-lifestyle

จับเสื้อผ้ายัดใส่เป้แบกขึ้นหลังสะพายตะลุยมันทุกที่ ที่อยากจะไปเอาให้สุดเหวี่ยง เคยได้ยินคำว่า "ชีวิตนี้ต้องใช้ให้คุ้ม" กันบ้างมั้ย ชีวิตนี้เกิดมา อย่าว่าแต่ไปเที่ยวเมืองนอกเลย เที่ยวเมืองไทย หลายๆคนยังไปไม่หมดทุกที่เลย บางสถานที่ สวยอย่างที่คาดไม่ถึงว่า โอ้ว นี่หรือเมืองไทย ลองพิสูจน์ไปกับเรา ในหมวดนี้มีหนังสือพาเราตะลุยท่องเที่ยวไปชมสถานที่สวยๆเจ๋งๆหลายที่ ตามเรามาเลยครับ

View All...